ประวัติการเมืองไทย: 2475-2500 (Political History of Thailand 1932-1957)
หนังสือเรื่อง "ประวัติการเมืองไทย: 2475-2500" ของ...
Also Available in:
- Amazon
- Audible
- Barnes & Noble
- AbeBooks
- Kobo
More Details
หนังสือเรื่อง "ประวัติการเมืองไทย: 2475-2500" ของ อาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริ กล่าวได้ว่าเป็นเสมือนบทสรุปของความรู้เกี่ยวกับการเมืองไทยยุคใหม่ ณ กลางทศวรรษ 2540
ราวต้นทศวรรษ 2510 หรือเมื่อ 30 ปีก่อนหน้านี้ งานศึกษาเกี่ยวกับการเมืองไทยยุคใหม่ของนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ได้พยายามแสวงหาคำตอบและคำอธิบายว่า เหตุใดการเมืองไทยในช่วงทศวรรษขณะนั้นจึงเป็นระบบเผด็จการทหาร เหตุใดจึงยังห่างใกลความเป็น "ประชาธิปไตย" ตามทฤษฎีการเมืองของโลกตะวันตก ดังจะเห็นได้ว่า นับแต่ปี 2475 ซึ่งถือว่าเป็นปีแห่งการเริ่มต้นระบอบประชาธิปไตยและมีรัฐธรรมนูญเรื่อยมาเป็นระยะเวลาเกือบ 40 ปีแล้วนั้น แต่การเมืองไทยก็ยังตกอยู่ภายใต้การปกครองของ 3 จอมพลเป็นสำคัญ คือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลถนอม กิตติขจร (ร่วมกับจอมพลประภาส จารุเสถียร)
คำตอบที่เด่นชัดจากงานวิชาการรุ่นนี้คือ บทบาทของคณะราษฎรที่ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์เมื่อ 2475 นั้น เป็นบทบาทที่ทำให้แผนพัฒนาทางการเมือง หรือแผนพัฒนาประชาธิปไตยของรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่มุ่งเน้นความค่อยเป็นค่อยไป เน้นการอบรมบ่มเพาะให้ประชาชนไทยได้เรียนรู้ที่จะปกครองตนเองและการมีส่วนร่วมในการปกครองเพราะไร้การศึกษา ดังนั้น เหตุการณ์ 2475 ของคณะราษฎรจึงเป็นจุดเริ่มของ "วงจรอุบาทว์" ในการเมืองไทย ที่ทำให้ทหารและกองทัพได้เข้ามามีบทบาทและเป็นปัจจัยสำคัญทางการเมืองที่ทำการยึดอำนาจ (ปฏิวัติ-รัฐประหาร) และฉีกรัฐธรรมนูญครั้งแล้วครั้งเล่า
ผลสำคัญประการหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ การศึกษาค้นคว้าก่อให้เกิดความคิดทางการเมืองที่จะผลักดันให้สังคมไทยมุ่งไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยนิสิตนักศึกษาในยุคสมัยนั้น นอกจากนี้ ยังค้นพบ "วรรคทอง" ในพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติของรัชกาลที่ 7 อันว่าด้วยการสละอำนาจให้กับประชาชน หาได้สละอำนาจให้คณะหนึ่งคณะใด ก็เป็นประโยชน์ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของนิสิตนักศึกษาในช่วง "ปฏิวัติตุลาคม" (14 ตุลาคม 2516) นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้มีการศึกษาวิจัยในระดับปริญญามหาบัณฑิตโดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางประวัติศาสตร์มากยิ่งขึ้น
ราวทศวรรษที่ 2520 การเติบโตของการศึกษาวิจัยด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่เคร่งครัด ที่เน้นการศึกษาบนหลักฐานข้อมูลที่ผ่านการวิพากษ์และศึกษาในบริบทของ "เวลา" และ "สถานที่" ตลอดทั้งด้วยความ "เป็นกลาง" ทางวิชาการ ส่งผลให้มีความเปลี่ยนแปลงทางความรู้ ทัศนคติและ "ความเชื่อ" ที่เคยมีมาอย่างมากยิ่ง กล่าวคือ "คณะราษฎร" และ "การปฏิวัติ 2475" นั้นเป็นบทสรุปของความล้มเหลวทางการเมืองการบริหารและความไม่สามารถปรับเปลี่ยนสถาบันทางการเมืองของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของสังคมองค์รวม รวมทั้งภายใต้กระเเสความเปลี่ยนแปลงระดับโลกอันว่าด้วยเรื่องเอกราช ลัทธิชาตินิยมและลัทธิรัฐธรรมนูญ ซึ่งหมายถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน
การปฏิวัติ 2475 ที่เคยเป็นตัวอย่างของการประนีประนอมทางการเมืองของ "คนไทย" กลับได้บทสรุปใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงข้อเท็จจริงทางการเมืองนับแต่การปฏิวัติ 2475 ที่ว่า ไม่มีผู้ใดที่จะยอมสูญเสียอำนาจไปอย่างง่าย ๆ หรือยอมรับการหมดอำนาจได้อย่างชื่นชมยินดี เพราะสิ่งนี้คือภาวะธรรมชาติของ "สัตว์การเมือง" ของมนุษย์อย่างแน่นอน ดังนั้น การเมืองไทยจึงเป็นการต่อสู้แย่งชิงอำนาจของกลุ่มฝ่ายต่าง ๆ บนพื้นฐานของความแตกต่างทางอุดมการณ์และผลประโยชน์ของแต่ละกลุ่มทางสังคม กระบวนการต่อสู้ทางการเมืองภายในนี้ (ระบอบเก่า-ระบอบใหม่-กลุ่มอนุรักษ์นิยม) เมื่อบวกกับปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจ ตลอดถึงปัจจัยสงคราม ก็ทำให้การเมืองไทยเดินเข้าสู่ความเป็นเผด็จการสมบูรณ์ในยุคทศวรรษ 2500
แนวศึกษาการเมืองไทยของกลุ่มหลังนี้ก็คือที่ปรากฏเป็นผลงานของอาจารย์ชาญวิทย์ เกษตรศิริเล่มนี้ หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2533 ในรูปเอกสารโรเนียวเย็บเล่ม และครั้งนี้เป็นฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ที่มีเพียงการแก้ไขปรับปรุงในส่วนของรายละเอียดบางประการนั้น ได้เเสดงให้เห็นว่า ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา (2533-2543) แนวทางศึกษาและบทสรุปของความรู้เกี่ยวกับการเมืองไทยยุคใหม่ของนักวิชาการรุ่นใหม่ ๆ ยังคงดำรงอยู่ในแนวทางเดียวกันกับผลงานเล่มนี้ของอาจารย์ชาญวิทย์นั่นเอง
(บางส่วนจาก คำนำ [โดย ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์])
- Format:Paperback
- Pages:532 pages
- Publication:2001
- Publisher:มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
- Edition:พิมพ์ครั้งที่ 3 แก้ไขปรับปรุง
- Language:
- ISBN10:
- ISBN13:
- kindle Asin:









